20 บาท มีค่ามาก สำหรับหลายครอบครัว !!! เงิน 20 บาท มีค่ามากสำหรับคนบางคน “แต่กลับคนบางคนเป็นแค่เศษเงิน” อ่านแล้วรู้เลย กว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทสุดแสนเหนื่อยล้าแค่ไหน!!?

-------Advertisement----------
-------Advertisement----------

20 บาท มีค่ามาก สำหรับหลายครอบครัว !!! เงิน 20 บาท มีค่ามากสำหรับคนบางคน “แต่กลับคนบางคนเป็นแค่เศษเงิน” อ่านแล้วรู้เลย กว่าจะได้เงินมาแต่ละบาทสุดแสนเหนื่อยล้าแค่ไหน!!?

ใน ขณะที่ใครหลาย ๆ คนกินอิ่ม นอนหลับอยู่ในบ้านที่แสนสบาย ใช้เงินฟุ่มเฟือยเต็มสูบไม่มีจำกัด อยากได้อะไรซื้อ อยากกินอะไรกิน ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ บ้างตามประสาคนเหลือกินเหลือใช้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง…กลับมีคนที่ยอมเดินด้วยเท้า จากจังหวัดอุบลราชธานี ไปยังจังหวัดอยุธยา ด้วยระยะทางไกลมากว่า 600 กิโลเมตร เพียงเพื่อเงินวันละ 20 บาท

เรื่องจริง ที่ทางทีมงานจะขอนำเสนอต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่เพื่อนสมาชิกเว็บไซต์ พันธ์ทิพย์ดอทคอม ประสบเหตุการณ์ด้วยตัวเอง และอยากนำมาเล่าให้เพื่อน ๆ ได้ฟัง ซึ่งเขาก็เล่าว่า … ผมและครอบครัวได้เดินทางไปเที่ยวจังหวัดอยุธยา ระหว่างทางก่อนที่จะถึงจุดหมาย ผมได้มองไปข้างทางและเห็นชายแก่คนหนึ่งใส่เสื้อสีขาว กางเกงขายาวสีน้ำเงิน กำลังเดินอยู่ข้างทางแบกถุงปุ๋ย พร้อมห่อผ้าขาวม้า 1 ห่อ เดินกลางแดดกลางวันร้อนๆ ยามบ่าย ผมจึงให้แฟนจอดรถและลงไปถามชายชราคนนั้นว่า

ผม : ตาจะไปไหน ทำไมมาเดินตากแดดแบบนี้เล่า

ตา : (ยิ้ม) จะไปอยุธยา

ผม : ตาจะไปทำไมที่อยุธยา ไปหาใครเหรอ

ตา : ไปรับจ้างเลี้ยงวัว มีคนเขาบอกว่าที่อยุธยา มีคนเขาหาคนเลี้ยงวัว

ผม : เขาจ้างวันละเท่าไหร่ ตารู้จักเขาเหรอ

ตา : เขาจ้างวันละ 20 บาท มีที่พักให้ด้วย (ตาหมายถึงนอนกับวัวเลย) ตาไม่รู้จักเขาหรอก ที่ไปนี้ก็ต้องไปถามเขาอีกทีว่าใครจะจ้างตาเลี้ยงวัวบ้าง

ผม : แล้วใครบอกตาว่าที่อยุธยาเขาหาคนเลี้ยงวัว

ตา : คนแถวบ้านตาบอก เขาพูดกันว่าที่อยุธยามีคนเขาหาคนเลี้ยงวัวเยอะ

ผม : ตามาจากไหนละ มาคนเดียวเหรอ แล้วยายไปไหนล่ะ

ตา : ตามาจากอุบลฯ ตามาคนเดียว เพราะยายตายแล้ว

ผม : ลูกๆ ไม่มีเหรอตา

ตา : มีลูก 2 คน ชายคน หญิงคน มีครอบครัวกันหมดแล้ว ไม่เคยเห็นหน้ามาหลายปีแล้ว ยายตายนี่พวกมันยังไม่รู้เลย

ผม : แล้วทำไมตาไม่อยู่บ้าน หางานแถวบ้านทำล่ะ

ตา : ตาไม่มีบ้าน พอยายตาย พี่น้องยายเขาก็ไม่ให้อยู่ในที่ของเขา งานแถวบ้านมี แต่เขาไม่จ้างตาทำ เขาบอกว่าตาแก่แล้ว ทำอะไรช้าไม่ทัน เขาก็ไม่จ้างตา

ผม : แล้วตามาถึงที่นี่ได้อย่างไง

ตา : ตาเดินมาเรื่อย ๆ

ผม : เดินมาจากอุบลฯ นะเหรอตา ทำไมไม่นั่งรถเมล์มาล่ะ

ตา : (ยิ้ม) ตาไม่มีตังค์ (ควักเงินออกมาให้ดู ซึ่งในมือตามีเงิน 15 บาท เหรียญ 5 บาท 1 เหรียญ ที่เหลือเป็นเหรียญบาทเก่า ๆ สีเขียว)

ผม : แล้วตาออกจากอุบลฯ มาวันไหน

ตา : หลังสงกรานต์ 2 วัน (ยิ้ม)

ผม : แล้วตาเอาอะไรมาด้วย นี่ห่ออะไรที่ตาถือมา

ตา : อ๋อ ห่อกระดูกยาย กับถุงเสื้อผ้าตา

ผม : แล้วตากินอะไรอยู่

ตา : เดินผ่านร้านที่เขาขายมันต้ม แม่ค้าเขาเลยให้ตามากินฟรี ๆ ไม่เอาตังค์ตาด้วย

ผม : (สายตาของผมมองไปที่เท้าของตา เห็นรองเท้าของตามีกระดาษติดที่ส้น) กระดาษติดที่เท้าตานะ ระวังหกล้ม

ตา : (ยิ้ม) อ๋อ ตาเอามันมารองที่เท้าตาเอง เพราะส้นรองเท้ามันขาดแล้ว เวลาเดินมันร้อนส้นเท้า

ผม : แล้วนั่นน้ำอะไรจ๊ะตา (เห็นน้ำสีน้ำตาลในขวดสีขาวขุ่นมากๆ วางอยู่ข้าง ๆ ตา)

ตา : น้ำกินตาเอง

หลัง จากนั่งคุยกับตาแกไปเรื่อย ๆ ก็ได้รู้ว่า ตา อายุ 76 ปีแล้ว แต่ผมดันลืมถามชื่อแกมา รู้แต่ว่าสิ่งที่ได้สังเกตเห็นตลอดเวลาคือ เนื้อตัวค่อนข้างเลอะ มีรอยยุงกัดตามตัวเยอะมาก เพราะแกบอกว่าอาศัยนอนข้างถนน นอนศาลา และดวงตาของแกฝ้ามัวมาก เหมือนมีเส้นใยบาง ๆ ในดวงตา และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นก็คือ “รอยยิ้ม” ที่ เห็นฟัน 1 ซี่ ของแกมีมาให้ตลอดเวลาระหว่างที่สนทนากัน ทำให้ผมรู้สึกว่าตาเป็นคนอารมณ์ดี จากนั้นผมจึงได้ส่งร่มในมือที่ถือก่อนลงจากรถให้แกไว้ใช้ พร้อมเงินอีก 190 บาท (เพราะมีอยู่แค่นั้น) ซึ่งตอนที่แกได้ร่ม ตาแกดีใจมาก ยิ้มตลอดเวลา ในใจแกคงคิดว่าต่อไปนี้แกคงไม่ต้องเดินร้อนแล้วล่ะ อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมตาแกไม่ไปบวช หรือขอข้าววัดกิน เรื่องนี้พวกเราคุยกันว่า ตาแกยังคงอยากทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ไม่อยากจะขออาศัยวัดกิน มีมือมีเท้าก็อยากทำให้เกิดประโยชน์บ้าง …

…และ นี่คือตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ยังมีคนอีกจำนวนมากต้องปาดกัดตีนถีบเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง รู้แบบนี้แล้วทำไมไม่ลองมองย้อนมาดูตัวเอง ว่าวันนี้คุณ “พอเพียง” แค่ไหนกัน ? ทั้งนี้ผู้เล่าประสบการณ์ คิดได้ว่า เขาโชคดีเหลือเกินที่มีกินมีใช้ เกิดมาไม่ลำบาก มีพ่อแม่ มีเงินให้ใช้ แต่หลังจากเจอตาแล้วทำให้เขาคิดได้ว่า ต่อไปนี้เขาต้องรู้จักใช้เงิน รู้คุณค่าของเงินมากขึ้น เผื่อวันหน้าจะได้ไม่ลำบาก

ขอบคุณที่มา :: http://www.unigang.com/Article/6081

เรื่องราวดีๆจากบุคคลที่มีน้ำใจ อยากเอามาให้อ่านกัน(ตัดมาบางส่วน) จากกระทู้ในเวปพันทิป
http://www.pantip.co…5/A7921275.html

วันนี้ผมมีเรื่องมาเล่า (แต่คงเล่าผิดที่) ถึงแม้ไม่ได้เจอกับตัวเอง แต่ว่าก็เกิดกับคนใกล้ตัวของผมเอง และมันเป็นเรื่องจริง..

เรื่องมันมีอยู่ว่า
วันนี้ พี่ชายผมกับครอบครัว ขับรถพาลูกไปเที่ยวที่อยุธยา
ระหว่างทาง ก็เห็น ชายแก่คนนึง เดินอยู่ข้างถนน แบกถุงปุ๋ยเดินอยู่ กลางแดดกลางวันร้อนๆยามบ่าย
พี่ผมก็จอดรถถาม ว่าตา จะไปไหน … หลังจากพูดคุยคร่าวๆ ก็ได้ชวนแกขึ้นรถ จะพาไปส่งทางข้างหน้าอีกนิด
ระหว่าง ที่แกขึ้นรถ พี่สะใภ้ ผมก็ได้ถามแก… แล้วได้ทราบคร่าวๆว่า

ตา ตาจะไปไหนเนี่ย ตามาจากไหน ทำไมมาเดินอยู่แถวนี้ ไปหาใครล่ะ
อ่อ ตาไม่มีญาติหรอก ตา จะไป อยุธยาน่ะ มีคนบอกว่า ที่ยุดยา มีวัวเยอะ ตาจะไปรับจ้างเลี้ยงวัวสักหน่อย
อ้าว แล้วตามาจากไหนล่ะ
ตามาจากอุบล -*- ตาเดินมา ตาไม่มีเงินขึ้นรถ
โห!!! เดินมาจากอุบล มาอยุธยาเนี่ยนะ
หลังจากคุยกันเลยทราบว่า

———————————————————————————————–

ตาแกอายุ 76 ปี ไม่มีบ้าน ไม่มีครอบครัว แกอาศัยอยู่วัด ขอข้าววัดกิน
มีลูก 2 คน ชาย-หญิง แต่ว่า แยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว แล้วก็ไม่เคยกลับมาหาเป็น 10ๆ ปีแล้วด้วย
ตาแกบอกว่า ขนาดแม่มันตาย ทุกวันนี้มันยังไม่รู้เลย . . . เอ่อออออ ฟังแล้ว ช่าง . . . . . . .
ตาแกออกเดิน มาตั้งแต่ช่วง หลังสงกรานต์ จะมาอยุธยา ตามคนบอกเล่า ไม่รู้แกได้ยินใครมา (แต่อยุธยามีวัวเยอะจริงๆนะครับ ผมเคยเห็น) ด้วยความที่ไม่มีเงิน จึงตัดสินใจเดินมา
จากที่ได้เห็น ท่าทางแกเพลียมาก เวลาคุยก็ดูสั่นๆนิดๆ เนื้อตัวค่อนข้างเลอะ และมีรอยยุงกัดเยอะแยะ เพราะแกนอนข้างถนน นอนศาลา
เงินก็มีติดตัว แค่

…แกควักให้ดู มีเหรียญ5บาท ใหม่ๆ 1 เหรียญ
กับเหรียญบาท สภาพเก่าๆเก็บจนเหลือง-ดำ แกนับรวมแล้วมี 15 บาท
แล้วก็ได้ มัน-เผือกต้ม มาถุงนึง ที่ก่อนหน้านี้แม่ค้าขายของอยู่ริมทาง ได้ให้แกด้วยความสงสาร แกบอก เขาใจดี เขาให้โดยไม่คิดเงิน
(ดวง)ตาแกก็ดูไม่ค่อยชัดด้วย เหมือนจะเป็นต้อ ด้วยอายุวัย

มีน้ำใส่ขวดโพลาลิสต์ ขวด 5 บาทเก่าๆ แต่น้ำในขวด ขุ่นๆดำๆ แกหยิบขึ้นมาดื่ม พี่ผมก็ตกใจ หาน้ำในรถให้ไม่ทัน มัวแต่อึ้ง บวกกับตอนนั้น ไม่มีน้ำอยู่ในรถด้วย
แกเดิน แบกลาก-สะพาย ถุงปุ๋ย ที่ทำออกมาเหมือนถุงย่าม เดาว่าน่าจะเป็นถุงเสื้อผ้า อีกมือข้างหนึ่ง แกถือ ห่อถุงเถ้ากระดูกเมีย ……โอยยยยย… ไม่ไหวแล้ว
รู้ไหมครับ ว่าค่าจ้างที่แกได้ยินว่า พอจะมีงานให้แกทำ ได้วันละเท่าไร . . . . . วันละ 20 บาทครับ แลกกับการเดินมาจากอุบล ด้วยร่างกายของคน อายุ 76 . . .
พี่ผมได้ให้ร่มแกไป คันนึงที่มีอยู่ในรถ ไม่รู้ว่าจะใช้เป็นรึเปล่า ลืมสอนวิธีใช้ไปด้วย มาเป็นห่วงอีกทีหลัง
กับเงินสดที่มีติดตัวได้ให้ไปแค่ 190 บาท แกดีใจมากครับ ดีใจอะไรรู้ไหม แกดีใจที่แกได้ร่มครับ แกยิ้มดีใจ ลูบๆคลำๆร่มคันนั้น
แกชอบมันมากกก รอยยิ้มเต็มใบหน้า หน้าตาแกดีใจมากกกก

นี่แค่ฟัง ขนลุกเลยครับ . . . แล้วถ้าผม อยู่ในเหตุการณ์นั้น ผมกลัววว และก็หวั่นว่า ผมคงร้องไห้ไปแล้ว . . .
พอส่งแก ลงรถ พี่ผมก็มาคุยกันต่อว่า ที่แกเดินมา เพราะแกคงอยากทำงานหาเลี้ยงเอง แกคงไม่อยากจะขออาศัยวัดกิน มีมือมีเท้าก็อยากทำให้เกิดประโยชน์ นี่ความคิดของพวกเราที่คุยกันนะ
เดินจาก อุบล – มาอยุธยา ถ้าเป็นคนสมัยก่อน รุ่นคุณตา ของเรา เขาเดินกันจริงๆนะครับ เดินกันเป็น อาทิตย์ เป็นเดือนๆ ข้ามจังหวัดเนี่ย ไม่ใช่เรื่องแปลก
ตาของผม ที่เสียไปแล้ว ท่านเคยเล่าให้ฟัง ว่าแกก็เดินเหมือนกัน
เพียงแต่ผมไม่เคยคิดว่า ผ่านมาจนสมัยนี้แล้ว
. . . . . มีรถ มีการเดินทางทันสมัย แต่ยังมี ชายแก่ อายุขนาดนี้ ต้องเดินอยู่อีก ด้วยความจน
ด้วยความที่แกไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน . . . มันช่างน่าเศร้านะครับ สงสารจัง . . .

———————————————————————————————–

ที่เล่ามา ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นเมื่อเย็น ของวันนี้เองนะครับ ไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้น ไม่ใช่เรื่องตามฟอเวิร์ดเมล์ทั่วไป
ที่เอามาเล่า แค่อยากจะบอกว่า เราโชคดีมาก โชคดีเหลือเกิน ที่มีกินมีใช้ เกิดมาไม่ลำบาก
มีพ่อแม่ มีเงินให้ใช้ ต่อไปนี้เราต้องรู้จักใช้เงินนะครับ รู้จักเพียงพอ ทำอะไรคิดก่อนบ้าง
ว่าเงินไม่กี่ร้อยบาท มันทำอะไรได้เยอะแยะ ถ้าตาคนนั้น แกมีเงิน สัก 500 บาท(ประมาณ)นะ ผมว่า แกคงไม่ต้องเดินแล้วล่ะครับ
แกคงนั่งรถทัวร์ จากอุบล – เข้ากรุงเทพ – แล้วไปอยุธยาได้แล้ว หรือไม่ก็ไปทำอย่างอื่นแทน
ไม่ต้องลำบากขนาดนี้ แต่นี่เพราะแกไม่มีทางเลือก เรื่องมันก็เลยน่าเศร้าแบบนี้ครับ.
จากคุณ : แค่อยากแบ่งปัน – [ 31 พ.ค. 52 00:22:32 A:125.26.35.252 X: TicketID:217289 ]

===================================================================================

วันนี้ ตั้งแต่ตื่นมา ก็ได้มีโอกาส ไปแอบถามเรื่องราวเมื่อวานอีกครั้งจากพี่สะใภ้ เพราะเมื่อวานฟังไม่หมด – -”
แล้วอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย เผื่อใคร เจอแก จะช่วยได้บ้าง
ก็คิดอยู่ว่าจะเล่าดีไหมน้าาา . . . . . เราเอาเรื่องอะไรมาโพสต์เนี่ย 555 อายครับ -*-
พี่ก็เลยเล่าให้ฟัง ว่าจริงๆแล้ว ตอนขับรถผ่านไปทีแรกเห็นแกเดินอยู่ครับ ก็เลยวนรถกลับมา ( แถวๆบางปะหัน )
พอมาถึงรอบนี้ เจอแกนั่งอยู่ตรงศาลาริมทาง กำลังหลบฝน เพราะตอนนั้นฝนเริ่มจะตกแล้วด้วย

อ่านต่อ : http://writer.dek-d….7#ixzz1Rt3TgtZ2

-------Advertisement----------